นายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า ของจีน กล่าวปราศรัยเนื่องในโอกาสเปิดประชุมรัฐสภาประจำปีคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจปีนี้ของจีนยังขยายตัวอย่างร้อนแรงต่อไป พร้อมให้คำมั่นถึงการควบคุมเงินเฟ้อ และจำกัดการขยายตัวด้านการปล่อยกู้ ป้องกันความเสี่ยงเกิดภาวะฟองสบู่ในประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกแห่งนี้ ส่วนยอดขาดดุลงบประมาณนั้น คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10 เปอร์เซนต์ มาอยู่ที่ 1.05 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 154,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับปี 2552 ที่มียอดขาดดุลอยู่ที่ 950,000 ล้านหยวน ซึ่งเป็นผลจากการขาดแคลนงบประมาณจำนวน 850,000 ล้านหยวน ประกอบกับการออกพันธบัตรของรัฐบาลท้องถิ่นแห่งต่างๆ มูลค่า 200,000 ล้านหยวน
นายกรัฐมนตรีเวิน กล่าวว่า รัฐบาลตั้งเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2553 ไว้ที่ 8 เปอร์เซ็นต์และระบุว่า ปีนี้เป็น "ปีสำคัญ" ในการรับมือกับภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และเป้าหมายหลัก คือ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และรักษาระดับการขยายตัวในการใช้จ่ายของผู้บริโภคไว้ที่ประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ และในปี 2553 ยังต้องดำเนินการรับมือกับวิกฤติการเงินโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีเสถียรภาพ พร้อมเร่งการปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาทางเศรษฐกิจด้วย
ด้านสำนักข่าวซินหัวคาดการณ์ว่า การประชุมรัฐสภาประจำปีของจีน ซึ่งได้รับการจับตาอย่างใกล้ชิดนั้น พรรคคอมมิวนิสต์จีนน่าจะพยายามสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนร่วม 1,300 ล้านคนของประเทศว่า สามารถลดช่องว่างความร่ำรวย-ยากจนของประชาชนได้ และรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเอาไว้
บรรดาแกนนำจีน ต่างมีความวิตกถึงช่องว่างทางฐานะที่เกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ และแรงงานอพยพฐานะยากจนร่วม 230 ล้านคน ที่กำลังมองหางานอยู่ เพราะเห็นว่าเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ