www.thai-ch.com
ทูตพาณิชย์จีนชี้เอฟทีเออาเซียนจีน สร้างโอกาสขยายตลาดการค้าในภูมิภาคให้คึกคัก ลั่นสินค้าไทยเป็นที่ต้องการของชาวจีน...
นายเกา เหวิน ควน อุปทูตพาณิชย์สาธารณรัฐ ประชาชนจีน กล่าวในการสัมมนาเรื่องทิศทางการลงทุนและโอกาสทางธุรกิจไทย-จีน จัดโดยธนาคารกสิกรไทยว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้น่าจะเกิน 8% ซึ่งจีนได้รักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ได้อย่างมั่นคงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อุปสรรคของปีนี้จะมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่การบริโภคและภาคการเงินในต่างประเทศยังอ่อนแอ โดยเฉพาะประเทศในตะวันตกที่การจ้างงานยังไม่ได้มีเพิ่มขึ้นมาก ดังนั้นการค้าระหว่างประเทศจะกระทบไปด้วย ขณะที่การเริ่มธุรกิจใหม่ๆในจีนยังทำได้ไม่มากนัก การผลิตมีอุปทานส่วนเกินมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ
"อย่างไรก็ตาม ผลจากการเปิดเขตเสรีการค้าระหว่างจีนกับอาเซียน จะช่วยให้มีตลาดระหว่างกันมากขึ้น ทำให้ธุรกิจคึกคัก ซื้อของได้ถูกลงขายสินค้าได้กำไรมากขึ้น จีนและอาเซียนที่รวมกันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน เป็นหน้าประวัติศาสตร์ การค้า การบริการ และการลงทุน เป็นโอกาสอันดีที่จะต้องคว้าไว้ จะร่ำรวยกันอย่างแน่นอน สำหรับประเทศจีนมีจุดเด่นตรงที่สังคม การเมืองมีเสถียรภาพ การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องมั่นคง เป็นตลาดที่ใหญ่ มีประชากรกว่า 1,300 ล้านคน ซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนทำให้อุปสงค์ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลาดในจีนจึงขยายตัวมากขึ้น ที่ผ่านมาจีนเน้นการลงทุนและการค้า แต่ขณะนี้เน้นพัฒนาการขยายตัวของจีดีพีด้วย"
อุปทูตพาณิชย์ของจีนกล่าวว่า นอกจากนี้ จีนยังมีจุดเด่นเรื่องบุคลากร เพราะขณะนี้จีนกำลังพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่แค่มี ประชากรจำนวนมากเท่านั้น การศึกษาของจีนอยู่ในอันดับต้นๆของโลก จีนยังมีจุดแข็งด้านวิทยาศาสตร์ จีนมีนักวิทยาศาสตร์จำนวนมาก จะเห็นว่าจีนมีการวิจัยศึกษาหลายด้าน ถ้ามีความร่วมมือ จะพัฒนาด้านเทคโนโลยีไปได้ดียิ่งขึ้น อีกส่วนคือเงินทุน จีนไม่เคยเจอวิกฤติการเงินอย่างแท้จริง หนี้เสียอยู่ที่ 2% ธุรกิจต่างๆพัฒนาไปอย่างดี มีเงินทุนรองรับ มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศจำนวนมาก
"สินค้าของไทยแทบทุกชนิดเป็นที่ต้องการของชาวจีน แม้จะเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน แต่ชาวจีนก็มีอุปสงค์ต่างกัน ดังนั้นถ้าสินค้าไทยมีเอกลักษณ์จะขายได้ราคาสูง ได้กำไรมาก ที่ผ่านมาสินค้าข้าวและผลไม้มีการส่งออกเพิ่มขึ้นกว่า 30% ซึ่งการค้าระหว่างไทยและจีนในปีนี้น่าจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 25%"
นายพิษณุ เหรียญมหาสาร ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน วางเป้าไว้ว่าในปีนี้จะมีมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับจีนกว่า 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งอาจจะไม่ถึงเพราะวิกฤติเศรษฐกิจโลก แต่คาดว่าจะเกิน 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่วนใหญ่ที่ส่งออกไปจีนอยู่ในรูปของวัตถุดิบ เช่น มันสำปะหลัง ยางพารา เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก จีนมีความต้องการวัตถุดิบมาก จึงเป็นโอกาสของไทยที่จะเป็นแหล่งผลิตป้อนสินค้าให้จีน โดยภาพลักษณ์ของสินค้าไทยในสายตาชาวจีน ถือเป็นสินค้าดีที่สุดอันดับหนึ่งในเอเชีย โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหาร
นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ถ้าถามว่าเศรษฐกิจจีนที่ดีอย่างต่อเนื่องจะมีปัญหาฟองสบู่หรือไม่ ส่วนตัวเชื่อว่าไม่เกิดขึ้น เพราะจีนมีนโยบายที่สามารถควบคุมความร้อนแรงได้อย่างเป็นผล โดยเฉพาะมาตรการคุมอสังหาริมทรัพย์
ที่มา:ไทยรัฐ
|